ปิดตา สี่ทิศ กรุวัดคู้ยาง กำแพงเพชร
ปิดตา สี่ทิศ กรุวัดคู้ยาง กำแพงเพชร
  ชื่อพระ : ปิดตา สี่ทิศ กรุวัดคู้ยาง กำแพงเพชร     ประเภทพระ : พระเนื้อผง/ดิน/ว่าน
ชื่อพระ : ปิดตา สี่ทิศ กรุวัดคู้ยาง กำแพงเพชร
พระพื้นที่ : พระภาคเหนือ
รายละเอียด : มื่อ พูดถึงพระกรุวัดคูยาง ก็อดที่จะกล่าวถึงพระสงฆ์ผู้ที่คนเคารพนับถือว่าเป็นผู้ทรงวิทยาคุณ  ขนานนามว่าพระเกจิอาจารย์เสียมิได้ โดยเฉพาะในส่วนของวัดคูยางแล้วก็นับว่าเป็นที่รู้จักและยอมรับนับถือของคน ทั่วไป  ไม่น้อยไปกว่าวัดอื่น ๆ  เลย  เช่น  พระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  พระครูเมธีคณานุรักษ์  ( ปลั่ง )  ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระวิเชียรโมลี  และพระวิเชียรธรรมคณี  ( ทองพาน )  อดีตเจ้าอาวาสวัดคูยางและอดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชรทั้ง  ๓  รูป  เป็นต้น  โดยเฉพาะพระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )    ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยกับหลวงพ่อขำ  อินทะปัญญา  วัดลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร หลวงพ่อศุข วัดปากคลอง มะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท  และหลวงพ่อเงิน  วัดบางคลาน  จังหวัดพิจิตร   เป็นต้น                                                                 

ประวัติการสร้าง

             พระ ครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  ผู้สร้างพระต่าง ๆ  บรรจุไว้ในเจดีย์  ในราว  พ.ศ.  ๒๔๔๔   ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่  พระยาตะก่า  ได้ขออนุญาตบูรณะเจดีย์วัดพระบรมธาตุ  นครชุม  โดยรวมเจดีย์ทั้ง  ๓  องค์  ให้เหลือเพียงองค์เดียวแต่ใหญ่ขึ้นดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน  และในการบูรณะครั้งนั้น  น่าจะมีพระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  ซึ่งเป็นผู้ปกครองวัดและพระสงฆ์สามเณรในจังหวัดนี้เป็นแม่กองงานบูรณะฝ่าย สงฆ์ด้วย  ฉะนั้น  ในการสร้างพระบรรจุที่กรุวัดคูยางของท่าน  ส่วนหนึ่งได้นำพระกรุเก่าที่ชำรุดจากเจดีย์วัดพระบรมธาตุมาซ่อมแล้วบรรจุไว้ ด้วย  นอกจากนี้ในการสร้างพระของท่าน  มีหลักฐานเชื่อได้ว่าได้นำผงพระพุทธคุณของสมเด็จพระพุฒาจารย์         ( โต )  และผงพระพุทธบาทปิลันธน์ผสมลงไปด้วย  โดยพิสูจน์ได้จากพระกรุวัดคูยางบางองค์ที่หักชำรุดจะเห็นผงสีขาว  บางองค์มีผงใบลานเผาปนอยู่ด้วย   และบางองค์ยังมีไขคล้ายพระของพระพุทธบาทปิลันธน์อยู่บ้าง  ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ  พระที่หักชำรุดมีผงสีขาวปรากฏให้เห็นนั้น  มักเป็นองค์ที่ไม่มีคราบราว่านหรือมีเพียงบาง ๆ   แต่พระส่วนใหญ่จะมีคราบราว่านสีดำปนน้ำตาลแก่จับหนาแน่นไม่แพ้กรุเก่าเมือง กำแพงเพชรเลย  เพียงแต่เนื้อพระดูจะสดกว่าหน่อยเท่านั้น    เนื้อพระกรุเก่าของวัดคูยางนี้  จะใกล้เคียงกับเนื้อพระกรุวัดคุ้งยางใหญ่ ่   จังหวัดสุโขทัย  เช่น  พิมพ์สมเด็จสี่เหลี่ยมล้อพิมพ์สมเด็จ  เนื้อและคราบราจะคล้ายคลึงกันมาก  ต่างกันก็แต่กรุวัดคุ้งยางใหญ่  จะมีจารอักขระด้านหลังด้วยถ้าไม่มีจารก็แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นกรุวัดไหน   ฉะนั้น  ความแตกต่างก็จะอยู่ที่พิมพ์พระเป็นสำคัญ  แต่ก็มีบางพิมพ์ที่คล้ายกันมากทั้งเนื้อและพิมพ์ก็คือพิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ ซึ่งล้อพิมพ์สมเด็จพระพุทธบาทปิลันธน์  เพียงแต่จะเล็กหรือใหญ่กว่ากันบ้างเพราะไม่ได้ใช้พิมพ์เดียวกัน

เกียรติคุณของผู้สร้าง

               พระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  เป็นพระสงฆ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยศีลาจารวัตร  ทรงวิทยาคุณและอภินิหาร  เป็นที่เคารพเลื่อมใสอย่างสนิทใจของสงฆ์และคฤหัสถ์  มีความรู้ความชำนาญทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ  ด้านสมณศักดิ์ก็เป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของเมืองนี้ ด้านการปกครองสงฆ์ก็เป็นเจ้าคณะเมืองหรือเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร  ด้านการศึกษาก็นับเป็นหนึ่งมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม  แผนกบาลีภายในวัดจนมีผู้สอบมหาเปรียญได้แล้วท่านก็ส่งไปเรียนต่อที่ กรุงเทพฯ  ด้านสาธารณูปการคือการบูรณะปฏิสังขรณ์และการก่อสร้างศาสนวัตถุ  โดยเฉพาะภายในวัดปรากฏชัดเจนดังหนังสือตรวจการณ์คณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชรและ จังหวัดตากของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๕๖   ตอนหนึ่งว่า  "............วัดคูยางนี้เป็นวัดใหญ่ของเมืองกำแพงเพชร  เคยเป็นวัดเจ้าคณะเมือง  เจ้าคณะเมืองรูปก่อนคือพระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  เป็นพระกว้างมาก  ได้ก่อสร้างปฏิสังขรณ์พระเจดีย์  โบสถ์  วิหาร  และศาลาการเปรียญไว้ดีเป็นหลักฐาน........."

การเปิดกรุ

              นับเป็นเวลาหลายปีก่อนหน้านี้  มีผู้แสวงหาพระที่พระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  สร้างกันมากขึ้น  จึงอาจเป็นเหตุให้มีการลักลอบขุดเจาะเจดีย์กันหลายครั้งโดยเฉพาะในราวกลาง ปี  พ.ศ.  ๒๕๑๓  มีการลักขุดเจาะฐานเจดีย์เป็นช่องขนาดใหญ่จนทำให้เจดีย์ชำรุด  และเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีเดียวกันนี้  ก็มีการลักขุดกันอีก  ทางวัดได้ปรึกษาผู้เกี่ยวข้องแล้วเห็นสมควรตั้งคณะกรรมการ โดยมีพระสิทธิวชิรโสภณ  ( ช่วง )   เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร  พระครูวิมลวชิรคุณ  ( ทอน )  เจ้าอาวาสวัดคูยาง  และนายบุญรอด  โขตะมังสะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร  เป็นต้น  ทำการเปิดกรุ  ปรากฏว่ามีทั้งพระกรุเก่าหรือพระฝากกรุและพระที่พระครูธรรมาธิมุตมุนีสร้าง บรรจุไว้ทั้งประเภท  พระบูชาและพระเครื่องจำนวนมากโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นพระเครื่องมีประมาณ  ๓,๐๐๐  องค์  ซึ่งเหลือจากที่มีผู้ลักขุดเอาออกไปก่อนหน้านี้ซึ่งคาดว่าคงไม่น้อยกว่า จำนวนที่เหลือแน่นอน

นื้อ แบบพิมพ์และพระพุทธคุณ

             พระกรุวัดคูยางส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อดินที่ละเอียดนุ่มหนักแน่นมีราดำปรากฏ ทั่วไป  ส่วนมากเป็นสีแดงคล้ำ  บางองค์จะมีไขจับ  และบางส่วนไม่มีราว่านหรือมีแต่เพียงบาง ๆ  มีไขจาง ๆ   บางองค์ที่มีคราบราหนา ๆ  ก็จะเทียบกับพระกรุเก่าได้เลย  มีความแห้งและเก่า  แม้จะดูสดกว่าพระกรุเก่าก็ตามที พร้อมทั้งมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง   ในส่วนที่เกี่ยวกับแบบพิมพ์พระกรุวัดคูยางที่สร้างโดย พระครูธรรมาธิมุตมุนี  ( กลึง )  นั้นมีทั้งพิมพ์ที่ทำขึ้นเองและถอดพิมพ์มาจากพระอื่น ๆ  ส่วนใหญ่จะตื้นไม่ลึกและไม่คมชัดเท่าที่ควร  ถึงกระนั้นก็มีหลายพิมพ์ที่ยังคงความงามอยู่ไม่น้อยสำหรับพระที่สร้างพิมพ์ ขึ้นเองก็มีพระปิดตาสี่ทิศ  ด้านหน้าจะมียันต์  ๕ ตัว  คือ  ตรงกลาง  ๑  ตัว  ช่องว่างระหว่างองค์พระทั้ง  ๔  ทิศอีก  ๔  ตัว  ซึ่งยันต์ทั้ง  ๕  ตัวนี้  เป็นยันต์เดียวกันกับพระของพระพุทธบาทปิลันธน์  เช่น  พิมพ์ซุ้มประตู   เป็นต้น  ด้านหลังตรงกลางทำเป็นรูกลมลึกเข้าไปในเนื้อและก้นรูมียันต์  ๑  ตัว  แต่ก็พบพระปิดตาสี่ทิศบางองค์ไม่มียันต์ด้านหลัง  อาจจะหลงลืมในการกดพิมพ์  หรือพระบางเกินไปกดพิมพ์ให้ลึกเป็นรูไม่ได้  หรือจะคิดว่าเป็นพระคะแนนก็เป็นได้  นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์อื่น ๆ  อีก  เช่น  พระนารายณ์สี่กร  ( ทรงปืน )  เป็นต้น  ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ทำขึ้นเองเช่นกัน  มียันต์ที่ก้นรูด้านหลัง  เช่นเดียวกับพระปิดตาสี่ทิศอยู่บ้าง  แต่ก็หาดูได้ยากมาก  พระที่ถอดจากพระพิมพ์เก่านั้น  ส่วนใหญ่จะเป็นพระของกำแพงเพชร  แต่ก็จะมีจำนวนหนึ่งที่เป็นพิมพ์ของพระจังหวัดอื่น ๆ  เช่น พระสมเด็จปรกโพธิ์  พระพุทธบาทปิลันธน์  พระกริ่งคลองตะเคียน  และพระพลายเดี่ยว  เป็นต้น  ส่วนพระคงกับพระรอดนั้น  ไม่ได้ถอดพิมพ์มาแต่ล้อรูปแบบเดิมได้ใกล้เคียงจึงอนุโลมไว้ในกลุ่มนี้  สรุปพระกรุวัดคูยางนั้นเป็นที่ทราบกันว่ามีมากกว่า  ๔๐  พิมพ์  แต่เท่าที่มีผู้พบเห็นก็คือพระปิดตาสี่ทิศขนาดเล็ก  กลาง  และใหญ่  พระซุ้มกอขนมเบี๊ยะ  พระซุ้มยอ  พระขุนไกร  พระคง  พระร่วงนั่งฐานสำเภา  พระนางกำแพงมีซุ้ม  พระนางกำแพงหัวเรือเมล์  พระกริ่งคลองตะเคียน พระอู่ทอง  พระชินราชใบเสมา  พระยอดขุนพล  พระซุ้มยอไม่ตัดปีก  ( ฝากกรุ )  พระลีลาเม็ดขนุนขนาดเล็ก  และใหญ่  พระสมเด็จปรกโพธิ์พระสมเด็จฐาน  ๓  ชั้น  พระซุ้มระฆัง  พระพลายเดี่ยว  พระอู่ทองซุ้มเรือนแก้ว  พระนารายณ์สี่กร  ( ทรงปืน )  พระสุพรรณหลังผาน  ( หลังเรียบ )  พระรอด  พระนาคปรก  ( ๓ - ๔ พิมพ์ )  พระเปิดโลกเม็ดทองหลาง  พระลีลาใหญ่  ( ๓ - ๔ พิมพ์ )  พระเชตุพน  พระซุ้มกอเล็ก  และพระซุ้มกอใหญ่  (  ขนาดพิมพ์กลางของเดิม )   และพิมพ์อื่น ๆ

ราคา : โทรถาม
ร้าน : เวียงพระ
โทร : 0884009967
E - mail : wanpenowa@hotmail.com